7 วิธีลดค่าไฟ Work from Home

เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายองค์กรสานรับนโยบายให้พนักงานทำงานที่บ้าน และเมื่อการ Work from Home กลายเป็นสถานการณ์บังคับให้เราอยู่บ้านทุกวัน ซึ่งแน่นอนว่าได้ส่งผลกระทบหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือค่าใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ และเพื่อการทำงานที่บ้านอย่างไร้กังวล จึงมีเทคนิคดี ๆ ในการประหยัดพลังงานไฟฟ้า เพื่อเป็นแนวทางลดค่าไฟทั้งในช่วง Work from Home และในระยะยาว

1. เปลี่ยนมาใช้พัดลมบ้าง

แม้อากาศบ้านเราจะร้อนสักแค่ไหนก็ใช่ว่าจะต้องเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดทั้งวัน ดังนั้น ทางเลือกเพื่อลดค่าไฟ คือการเลือกเปิดบางช่วงเวลา เช่น หากช่วงกลางวันอากาศร้อนจนแทบไม่มีสมาธิทำงานก็สามารถเปิดได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระหว่างทำงาน แต่ให้งดการเปิดเครื่องปรับอากาศช่วงกลางคืนแทน เพราะเป็นช่วงที่อุณหภูมิต่ำลง อีกทั้งยังเป็นการช่วยระบายอากาศทำให้ห้องมีอากาศถ่ายเทอีกด้วย

2. ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ค่อยได้ใช้

รู้หรือไม่ว่าการปิดสวิตซ์ไฟฟ้าไม่ใช่หนทางประหยัดไฟที่ดีที่สุด เพราะหากเราปิดสวิตซ์แต่ยังคงเสียบปลั๊ก กระแสไฟฟ้าก็ยังไหลผ่านได้ตามปกติ ทำให้เมื่อเวลาเปิดสวิตซ์แล้วกระแสไฟจะพร้อมทำงานทันที เพราะฉะนั้นอย่าลืมถอดปลั๊กเพื่อตัดกระแสไฟเครื่องใช้ไฟฟ้าที่แทบไม่ได้ใช้งานระหว่างวัน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยประหยัดไฟได้อย่างแน่นอนที่สุด

3. ไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่โน๊ตบุ๊คตลอดเวลา

การเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่โน๊ตบุ๊คเอาไว้ตลอดเวลาเป็นสิ่งที่ใครหลายคนปฏิบัติ ซึ่งโดยปกติแล้วภายหลังจากการชาร์จแบตเตอรี่เต็มแล้วจะสามารถใช้งานโน๊ตบุ๊คได้หลายชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่น ยี่ห้อ และลักษณะการใช้งาน ดังนั้น ช่วงเวลาที่ถอดสายชาร์จออกคือช่วงเวลาที่จะทำให้ค่าไฟฟ้าลดลงตามไปด้วย เพราะฉะนั้นใครที่ชอบเสียบสายชาร์จทิ้งไว้ระหว่างทำงาน ลองเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อทำให้ประหยัดไฟได้มากขึ้น และวิธีนี้นอกจากจะเป็นวิธีประหยัดไฟฟ้าแล้ว ยังช่วยให้โน๊ตบุ๊คไร้ปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมไวด้วย

4. ไม่ชาร์จโทรศัพท์มือถือทิ้งไว้

ในช่วง Work from Home แน่นอนว่าการใช้โทรศัพท์มือถือต้องมากขึ้น ไหนจะต้องรับสายคุยงาน ไหนจะต้องส่งอีเมล อีกทั้งยังต้องประชุมทีมผ่านแอปพลิเคชัน ทำให้หลายคนนิยมชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือทิ้งไว้ตลอดเวลา และมีคนจำนวนไม่น้อยที่ชาร์จแบตเตอรี่ทิ้งไว้ทั้งที่แบตเตอรี่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพราะนอกจากทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วแล้ว ยังทำให้สิ้นเปลืองไฟ นี่จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีประหยัดไฟฟ้าแบบง่าย ๆ ที่ทุกคนทำได้

5. ลดความร้อนภายในบ้านด้วยมู่ลี่

เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยที่มีประโยชน์มาก ๆ ในการประหยัดพลังงาน โดยหากใครที่ต้อง Work from Home ยาว ๆ การเลือกติดมู่ลี่ดูจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เพราะแม้จะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายแต่เป็นการประหยัดพลังงานระยะยาว โดยประโยชน์ของมู่ลี่ คือช่วยกรองแสงแดดไม่ให้เข้ามาในบ้านมากเกินไป เพราะหากแสงแดดส่องเข้าบ้านนาน ๆ จะทำให้บ้านร้อน ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักและกินไฟฟ้ามากกว่าเดิม

6. เลี่ยงเฟอร์นิเจอร์บางชนิด

เพราะการทำงานจากที่บ้านทำให้ต้องนั่งอยู่ที่เดิมเป็นเวลานาน และด้วยอากาศเมืองไทยที่ร้อนระอุจึงทำให้ต้องใส่ใจเลือกวัสดุเฟอร์นิเจอร์ โดยไม่ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่สะสมความร้อน เช่น เก้าอี้นวม หรือเบาะรองนั่งที่ระบายอากาศได้ยาก เป็นต้น

7. เลือกยี่ห้อตู้เย็นประหยัดไฟฟ้า

เพราะการทำงานจากที่บ้านทำให้เราต้องเปิดปิดตู้เย็นบ่อย ๆ ดังนั้น ควรเลือกยี่ห้อตู้เย็นประหยัดไฟเบอร์ 5 เพราะประหยัดพลังงานมากที่สุด และนอกจากการเลือกยี่ห้อตู้เย็นที่ประหยัดไฟแล้ว ควรเลือกขนาดให้เหมาะสมกับครอบครัว รวมถึงไม่เปิดและปิดตู้เย็นบ่อย ๆ ไม่นำอาหารร้อนแช่ในตู้เย็น ไม่เปิดตู้เย็นทิ้งไว้นาน ๆ เพราะสิ่งเหล่านี้มีส่วนทำให้ตู้เย็นทำงานหนักและกินไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น

แม้ว่าช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 หน่วยงานภาครัฐจะมีนโยบายช่วยเหลือประชาชนโดยการลดค่าไฟฟ้า เพราะประชาชนจำนวนมากต้องทำงานจากที่บ้านและกักตัวภายในบ้านกันเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นการช่วยประหยัดไฟฟ้าด้วยวิธีเหล่านี้ถือเป็นวิธีอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่มีโอกาสหมดสิ้นในอนาคต และหากปฏิบัติจนเป็นนิสัยก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ประหยัดเงินค่าไฟในกระเป๋าได้เป็นอย่างดี

 ช้อปแบรนด์ดังปังกว่าครั้งไหนๆ ที่ 6.6 Brands Festival ตั้งแต่ 5 พฤษาคม – 6 มิถุนายนนี้! รวมดีลเด็ดไอเท็มฮอตจากแบรนด์ชั้นนำลดสนั่นทุกเที่ยงคืนกับ Midnight Brands Flash Sale แจกโค้ดส่วนลดปังๆ มูลค่า 1,000 บาททุกวัน! มาพร้อมโปรโมชั่นลดแรงเกินต้านจากหลากหลายหมวดหมู่ยอดนิยมที่คุณไม่ควรพลาด รับ Coin Cashback สูงสุด 3,000 Coins เมื่อซื้อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ครบ 3,000 บาท! ซื้อ 1 แถม 1 สินค้าแม่และเด็ก และสินค้าความงามไอเท็มฮอต อัพเดทไอเท็มใหม่ๆ ทุกวัน! ช้อปของกินและของใช้ในบ้านกับ Shopee Mart ราคาไม่เกิน 99.- พร้อมส่งฟรีถึงบ้านขั้นต่ำ 0 บาท! และสินค้าแฟชั่นลดปังๆ สูงสุดถึง 50%!