วิทยาการกับมนุษย์นั้นเป็นของคู่กัน โลกของเรานั้นมีสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างมากมายตลอดเวลา แน่นอนว่ามันส่งผลถึงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ทั้งในแง่ดีและร้าย แต่มีสิ่งประดิษฐ์อย่างหนึ่งที่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว มันก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลต่อชีวิตมนุษย์ สิ่งนั้นก็คือ “หลอดไฟ” นั่นเอง หลอดไฟเป็นสิ่งที่ให้แสงสว่างทดแทนแสงอาทิตย์ในเวลากลางคืน ดังนั้นมันจึงมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนทุกอย่างบนโลกใบนี้โดยเฉพาะเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามพวกเราต่างรู้กันอยู่แล้วว่าหลอดไฟมีหลายประเภท หลายรูปแบบ ซึ่งการจะไปทำความเข้าใจมำความรู้จักให้หมดทุกแบบอาจไม่ใช่เรื่องจำเป็นมากนัก ดังนั้นวันนี้จึงได้เลือกเฉพาะหลอดไฟที่นิยมใช้กันในชีวิตประจำวันมาเปรียบเทียบให้ดูกัน ได้แก่ หลอดไส้ หลอดฟลูออเรสเซนต์และ หลอด led นั่นเอง

หลอด led คือ
  1. หลอดไส้ (incandescent) เป็นหลอดไฟธรรมดาที่มีกลไกการให้แสงสว่างจากการให้ความร้อนสูงแก่ไส้โลหะด้านใน จนกระทั่งไส้โลหะมีความร้อนสูงและเรืองแสงได้ในที่สุด หลอดแบบนี้มีข้อดีคือมีหลายขนาด มีความส่องสว่างมากพอสมควร  มีอัตราทนต่อความต่างศักย์ค่อนข้างกว้าง ตั้งแต่ 1.5-300 โวลต์ อุปกรณ์เสริมน้อยชิ้น ค่าบำรุงรักษาต่ำ ราคาหลอดไฟค่อนข้างถูก ติดตั้งง่าย ควบคุมทิศทางของแสงสว่างได้ง่าย แสงของสีค่อนข้างเป็นธรรมชาติไม่หลอกตา  ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่าจะใช้งานกับไฟฟ้ากระแสตรงหรือกระแสสลับ ส่วนข้อเสียคือ มีความร้อนสูง หากใช้ในห้องแคบจะทำให้ห้องร้อนได้ อายุการใช้งานสั้นและสิ้นเปลืองพลังงาน
  2. หลอดฟลูออเรสเซนต์ หรือที่รู้จักกันในชื่อหลอดนีออน ด้านในบรรจุสารปรอทเอาไว้ กลไกการทำงานคือเมื่อปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไป ปรอทจะปล่อยรังสีออกมา และเมื่อรังสีไปกระทบกับสารเรืองแสงฟลูออเรสเซนต์ที่ฉาบไว้ด้านใน ก็จะเกิดการเปล่งแสงออกมาได้ ข้อดีของหลอดไฟประเภทนี้คือ ประหยัดไฟกว่าหลอดไส้ อายุการใช้งานนานกว่าเนื่องจากหลอดมีความร้อนน้อยลง ประสิทธิภาพการทำงานดีกว่า ส่วนข้อเสียคืออุปกรณ์เสริมเยอะ ต้องใช้คู่กับบัลลาสต์และสตาร์ทเตอร์ ไฟติดช้าเพราะต้องอุ่นไส้หลอดไฟให้ร้อนก่อน สีของแสงไม่ค่อยเป็นธรรมชาติและค่อนข้างเพี้ยนไปจากความจริง
  3. หลอด led คือไดโอดที่เปล่งแสงได้ สีที่เกิดจากการเปล่งแสงนั้นมีหลายสีขึ้นอยู่กับว่าใช้วัสดุชนิดใดมาทำ หลอดไฟ led จึงมีหลายสีและมีแสงสว่างหลายระดับ ข้อดีของหลอดไฟประเภทนี้คือไม่มีไส้หลอด ไม่มีการเผาไหม้ ไม่ทำให้เกิดความร้อน ประหยัดพลังงาน มีหลายสี หลายขนาดและหลายดีไซน์ให้เลือกใช้งาน มีความทนทานสูง อายุการใช้งานยาวนานไม่ต้องกังวลเรื่องไส้จะขาดหรือหลอดไฟจะแตก ที่สำคัญคือปราศจารสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างเช่น ปรอท ทังสเตน ฮาโลเจน เป็นต้น ส่วนข้อเสียก็คือมีราคาที่สูงกว่าหลอดไฟประเภทอื่น

ถ้าเปรียบเทียบจากข้อดี-ข้อเสียของหลอดไฟทุกประเภท จะเห็นได้ว่า หลอด led เป็นหลอดไฟที่ดีที่สุด ตอบโจทย์การใช้งานแทบทุกด้าน ประหยัดไฟ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพียงแต่ราคาต่อหน่วยอาจจะสูงไปหน่อยเท่านั้น แต่เมื่อคำนวณจากอายุการใช้งานและค่าไฟที่จ่ายน้อยลง ในระยาวยังไงก็คุ้มค่ามากกว่าหลอดไฟชนิดอื่นอย่างแน่นอน