นับตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 มีการเข้ามาของชาวตะวันตกค่อนข้างมาก ส่งผลให้ศิลปะไทยอยู่ในช่วงการปรับตัวระหว่างรูปแบบตามประเพณีนิยมกับศิลปะทางตะวันตกของยุโรป แม้ว่ายังมีการสร้างศิลปะตามแบบประเพณีนิยมอยู่บ้างแต่ไม่มากเท่าตอนต้นสมัยรัตนโกสินทร์ ยิ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อเจ้านายและขุนนางชั้นสูงออกไปศึกษาในประเทศตะวันตก พระมหากษัตริย์เสด็จประพาสประเทศในเอเชียและประเทศทางยุโรป รวมทั้งการจ้างชาวตะวันตกที่เป็นสถาปนิก จิตรกร ประติมากร และนักวิชาการทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ เข้ามาทำงานในเมืองไทย ศิลปะแบบตะวันตกเริ่มฝังรากลงในสังคมและวัฒนธรรมไทย ผลักดันให้เกิดการพัฒนาแนวความคิดและวิธีการแสดงรูปแบบทางศิลปกรรมทุกด้าน ดังนี้

  1. ด้านสถาปัตยกรรม มีการปรากฏอิทธิพลการสร้างหลังคาโดมโค้งตามอาคารสิ่งก่อสร้างต่างๆ  เช่น วัดวาอารม พระที่นั่งอนันตสมาคม และพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในพระบรมหาราชวัง
  2. ด้านประติมากรรม อิทธิพลของศิลปะตะวันตกปรากฏให้เห็นผ่านประติมากรรมในช่วงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 ที่การปั้นพระพุทธรูปมีลักษณะที่สมจริมายิ่งขึ้น มีการหล่อ การปั้น การแกะสลักพระพุทธรูปและรูปสัตว์สิงโต มีการปั้นรูปแบบคนเหมือนจริงขึ้นเป็นรูปปั้นอนุสาวรีย์ของรัชกาลต่างๆ งานประติมากรรมอื่นๆ มักจะเป็นงานจำหลักหินอ่อนหรือหล่อสำริดส่งมาจากยุโรป ถือเป็นการเริ่มรับแบบอย่างการปั้นภาพเหมือนและอนุสาวรีย์ตะวันตก
  3. ด้านจิตรกรรม ตั้งแต่รัชกาลที่ 4 จิตรกรรมไทยมีการผสมผสานของศิลปะตะวันตก ทำให้เกิดศิลปะรูปแบบใหม่ กล่าวคือ มีการนำวิทยาการสมัยใหม่ของตะวันตกในการสร้างภาพมนุษย์ที่เน้นความเหมือนจริงมาผนวกเข้ากับวิทยาการของไทยที่เขียนภาพแบบอุดมคติ งานเหล่านี้มีให้เห็นอยู่ในจิตรกรรมฝาผนังของ ขรัวอินโข่ง จิตรกรเอกสมัยรัชกาลที่ 4

จะเห็นได้ว่าเมื่อมีการเข้ามาของตะวันตก การเรียนรู้เพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิทยาการเป็นเรื่องสำคัญ ทำให้รูปแบบของเดิม ขนบธรรมเนียมประเพณีเดิมๆ ได้มีการเปลี่ยนแปลง และหลากหลายมากยิ่งขึ้น และที่เห็นได้ชัดก็คือด้านศิลปะ ที่มีความโดดเด่นและแสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ ซึ่งกว่าจะได้งานสถาปัตยกรรม ประติมากรรมและจิตรกรรมสักชิ้น จะต้องอาศัยการเรียนรู้และการเปิดกว้างทางด้านวัฒนธรรม ที่จะส่งผลให้ลักษณะของผลงานเปลี่ยนแปลงไปพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ทางด้านการศึกษาประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากความสวยงามแล้ว ศิลปะเหล่านี้ยังคงเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์และยืนยันได้ว่ามีการเข้ามาของตะวันตกจริง และมีการนำเอาศิลปะวิทยาการต่างๆ เข้ามาเผยแพร่ในประเทศ ทำให้เกิดความงามทางด้านต่างๆ ให้เราได้รับชมและศึกษากันในปัจจุบันนี้